สินค้าชิ้นที่ 10 (ทดสอบ)

รีวิว – AViiQ Portable Power Bank 4600 mAh “พลังสุดแรงจาก XFX”


AViiQ คือแบรนด์ใหม่ที่ในบ้านเราอาจจะไม่ค่อยมีใครรู้จักนัก เนื่องจากไม่มีผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ แต่หากพูดถึง XFX หลายคนคงจะร้อง อ๋อ! เพราะก็คือผู้ผลิต VGA, Mainboard, Power Supply ชื่อดังนั่นเอง ใช่แล้วครับมันก็คือการแตกแบรนด์ออกมานั่นแหล่ะ ~ คล้าย ๆ กับ “เย็นเตร็กซ์” ที่เจ้าของเดียวกับ “โทนาฟ” นั่นเอง เข้าใจกันแล้วใช่ไหมล่ะ? ถ้างั้นเรามาเริ่มรีวิวกันเลยดีกว่า สำหรับใครที่มีคำถามสงสัยหรืออยากให้ทดสอบเพิ่มเติม สามารถทิ้งคำถามไว้ได้ใต้รีวิวนี้หรือติดต่อผู้เขียนรีวิวได้ที่ Twitter @yugioh2500
AViiQ - Portable Power Bank 4600 mAh (1)
AViiQ Portable Power Bank 4600 mAh สามารถหาซื้อได้ตาม Neolution Shop (สาขา พารากอนชั้น 4, เดอะมอลท่าพระชั้น 4เดอะมอลบางกะปิชั้น 2) ราคา 1,190 บาท
XFX-Radeon-HD-7870
หลายคนอาจจะงงว่า XFX คืออะไรจริง ๆ แล้วเขาค่อนข้างมีชื่อเสียงในการผลิตการ์ดจอครับ (ตัวนี้ผมก็เคยใช้เหมือนกัน แต่นานมากแล้วนะ) แล้วก็มีการแตกแบรนด์ย่อยออกมาเพื่อรองรับอุปกรณ์ Mobile, Apple ภายใต้ชื่อ AViiQ นั่นเอง
AViiQ - Portable Power Bank 4600 mAh (2)
รองรับอุปกรณ์ทุกชนิดในท้องตลาดครับ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติภายใต้มาตรฐาน USB นั่นเอง
AViiQ - Portable Power Bank 4600 mAh (3)
แกะออกมาแล้วครับ … ตัวเคสด้านนอกเป็นอลูมิเนียมเรียบหรูสีเทากึ่ง ๆ เขียวซึ่งผมก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่มันดูหรูแล้วก็แปลกตาเอามาก ๆ ตามภาพนั่นแล
อ้อ … สำหรับดีไซน์นี้ไม่ได้ออกแบบโดยบ้าน ๆ นะครับ แต่ถูกออกแบบมาจาก California, USA เลยทีเดียว (ไม่ต้องชมผมเก่ง เพราะหลังกล่องมันบอกอยู่ – -*)
AViiQ - Portable Power Bank 4600 mAh (4)
ความจุประมาณ 4600 mAh หลายคนอาจจะว่าน้อย จริง ๆ แล้วยี่ห้อจีนที่ขายกันในปัจจุบันหลาย ๆ หมื่น mAh เขาให้ความจุมาไม่เต็มครับ (โกง mAh นั่นแล) หากใครอยากทราบก็ต้องใช้อุปกรณ์ทดสอบดู นอกจากนี้ยังมีเรื่องคุณภาพเซลล์แบตเตอรี่ฯ อัตราการสูญเสียประจุ ฯลฯ มากมายไปหมด
สังเกตได้ง่าย ๆ ว่ายี่ห้อจีนที่โกง mAh มักมีชื่อสินค้าแปลก ๆ เช่น Power Bank, Power Plus หรืออะไรที่ไม่มีชื่อบริษัทเป็นเรื่องเป็นราวนั่นเอง
AViiQ - Portable Power Bank 4600 mAh (5)
สำหรับ 4600 mAh บางคนอาจจะสงสัยว่าเยอะไหม? ถ้าวัดค่าโดยประมาณก็คือชาร์จ iPhone หรือ Smart Phone รุ่นตลาดทั่ว ๆ ไปได้ประมาณ 2 รอบครับ สำหรับช่องในภาพคือช่องสำหรับเสียบชาร์จไฟเข้าไปใน AViiQ Portable Power Bank นั่นเอง
AViiQ - Portable Power Bank 4600 mAh (6)
ข้อดีอีกอย่างของ AViiQ Portable Power Bank ที่ผมอยากจะนำเสนอก็คือมันสามารถจ่ายไฟได้ถึง 2 ช่องครับ!!! แถมใช้ชาร์จพร้อมกันได้อีกด้วย สะดวกมากมายซื้อแค่คนเดียวแล้วฝากแฟนถือก็ยังได้ (อิอิ … สมน้ำหน้าอยากชอบขนอะไรใส่กระเป๋านัก)
เท่านั้นยังไม่พอยังสามารถจ่ายไฟขนาด 2A ได้อีกด้วย นั่นหมายความว่าเราจะชาร์จ iPhone ได้เร็วขึ้นและสามารถใช้ชาร์จอุปกรณ์ใหญ่ ๆ อย่าง iPad ได้อีกด้วย (จ่ายไฟ 2A เฉพาะช่อง OUT 2A ส่วนช่อง OUT 1A จ่ายไฟ 1A ปกติ)
AViiQ - Portable Power Bank 4600 mAh (7)
มีไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่ด้วยครับ และ AViiQ Portable Power Bank ยังมาพร้อมกับฟังค์ชั่น Over Charge and Dis-Charge Protection ที่จะทำการตัดไฟโดยอัตโนมัติเมื่อชาร์จเต็มอีกด้วย
AViiQ - Portable Power Bank 4600 mAh (8)
สายที่แถมมามีเพียงเส้นเดียวครับ คือ microUSB (สำหรับเอาไว้สำหรับชาร์จไฟเข้า AViiQ Portable Power Bank) เส้นขนาดเล็กพกพาง่ายแต่ดันสั้นไปหน่อยแฮะ – -*
AViiQ - Portable Power Bank 4600 mAh (9)
สเปคโดยรวมของ AViiQ Portable Power Bank ซึ่งทั้งหมดก็เป็นไปตามที่ผมรีวิวนั่นแล ตัวนี้แบตเตอรี่เป็นแบบ Li-Polymer คุณภาพสูง (ไม่ใช่ Lithium-ion กาก ๆ แบบที่ใช้กันทั่ว ๆ ไป) สำหรับ Li-Polymer เป็นแบตเตอรี่ที่มีคุณสมบัติเบา, ปลอดภัย, อัตราการคายประจุต่ำ, อายุการใช้งานยาวนาน และที่สำคัญคือมีราคาสูงกว่า Lithium-ion มากครับ
AViiQ - Portable Power Bank 4600 mAh (10)
สำหรับแบตเตอรี่เป็นแบบ Li-Polymer นิยมใช้กับอุปกรณ์ราคาสูง เช่น กล้องดิจิตอลบางรุ่น โน๊ตบุ๊คบางรุ่น (ส่วนใหญ่จะเป็นของ SONY ตัวท๊อป) และแน่นอนว่าถูกใช้ในอุปกรณ์ของ Apple ทุกชนิดรวมถึง iPhone, iPad ด้วยครับ
AViiQ - Portable Power Bank 4600 mAh (11)
ทดสอบใช้ชาร์จกับ iPhone 4 และ iPad 2 พร้อมกันได้อย่างไม่มีปัญหาครับ ช่อง USB OUT 2A ชาร์จเร็วจนน่าประทับใจมากครับ ไม่ต้องเสียเวลารอนานเลยผมว่ามันเจ๋งดีนะ เพราะยี่ห้อส่วนใหญ่ในตลาดมักจะเป็นแค่ 1A
AViiQ - Portable Power Bank 4600 mAh (12)
เปรียบเทียบขนาด AViiQ Portable Power Bank กับ iPhone 4 ขนาดพอ ๆ กันครับ แต่ว่าหนามากกว่าและจับกระชับมือมากกว่า ยังสามารถเก็บใส่ช่องในกระเป๋าได้อย่างสบายครับ เพราะมีน้ำหนักเบาเหลือเชื่อเพียงแค่ 115 กรัม เท่านั้น!!! (เพราะคุณสมบัติของแบตเตอรี่เป็นแบบ Li-Polymer)
จะว่าไปถึงใหญ่กว่าแต่ก็เบากว่า iPhone 4 เยอะเหมือนกันนะครับเนี่ย เพราะ iPhone 4 น้ำหนัก 140 กรัม
สรุป : ราคาน่าคบหาถ้าเกิดคนที่เอาไปใช้ไม่บ้าสเปค mAh ซักเท่าไหร่ ผมว่าราคาพันต้น ๆ แลกกับฟีเจอร์เจ๋ง ๆ อย่างชาร์จพร้อมกันสองพอร์ท หรือการจ่ายไฟได้ถึง 2A ก็ถือว่าคุ้มเหมือนกันนะครับเนี่ย ยิ่งเป็นแบตเตอรี่แบบ Li-Polymer ยิ่งถูกใจผมเป็นอย่างยิ่งเลย
ขอขอบคุณ : Neolution Technology Corporation Co.,Ltd. ที่เอิ้อเฟื้อแบตเตอรี่สำรองคุณภาพมาให้ทีมงานได้ทดสอบ หากท่านสนใจสินค้าสามารถหาซื้อได้ตาม Neolution Shop (สาขา พารากอนชั้น 4, เดอะมอลท่าพระชั้น 4, เดอะมอลบางกะปิชั้น 2)
ขอบคุณ http://www.iphonemod.net

สินค้าชิ้นที่ 9 (ทดสอบ)

รีวิว – Esoterism Challenge-5 “เคสทหารระดับพระกาฬ”


กลับมาอีกครั้งเหมือนเดิมกับช่วงเวลารีวิวที่ทุกคนรอคอย (รึเปล่า?) ช่วงนี้ตั้งแต่ที่ไม่ค่อยมีของแจกก็รู้สึกว่าซบเซาลงไปค่อนข้างเยอะเลย หรือว่าแอบอ่านแบบซุ่มเงียบกันหว่า? เอาเป็นว่ายังไงเดี๋ยวเร็ว ๆ นี้จะมีกิจกรรมเด็ด ๆ มาให้เล่นกันอย่างแน่นอน ซึ่งผมจะเป็นคนใจกล้าหน้าด้านไปขอของจากสปอร์นเซอร์มาแจกให้ทุกท่านเอง – - v และเหมือนเดิมสำหรับใครที่มีคำถามสงสัยหรืออยากให้ทดสอบเพิ่มเติม สามารถทิ้งคำถามไว้ได้ใต้รีวิวนี้หรือติดต่อผู้เขียนรีวิวได้ที่ Twitter @yugioh2500
Esoterism-Challenge-5 (1)
เคส iPhone 5 “Esoterism Challenge-5” สามารถซื้อออนไลน์ได้ที่ BBiPhone.com โดยราคาจะอยู่ที่ 1,250 บาท
Esoterism-Challenge-5 (2)
สำหรับสีของเคส iPhone 5 “Esoterism Challenge-5” นั้นก็มีหลายสีครับ โดยทาง BBiPhone.com ก็นำเข้ามาหลายตัวอยู่เหมือนกัน ได้แก่  Track (สีน้ำเงิน), Fire (สีแดง), Valor (สีเขียวทหาร), Lava (สีดำอมเขียว)
Esoterism_Challenge-5_Colors
สีทั้งหมดตามที่ได้กล่าวมาจากด้านบนครับ สำหรับผมคิดว่าสี Lava (สีดำอมเขียว) นั้นดูดีสุดละ ใครจะซื้อเลียนแบบผมก็ได้นะ ^^
Esoterism-Challenge-5 (3)
สีที่เราจะนำมารีวิวในวันนี้คือ Lava (สีดำอมเขียว) นั่นเองครับ ภายในประกอบด้วยฟิล์มกันรอยหน้าอย่างดีจำนวน 1 แผ่นครับ ส่วนด้านหลังเขาไม่แถมมาให้เพราะทาง Esoterism คุยไว้ว่าเคสนี้มันดีอยู่แล้วนั่นเอง 666+
Esoterism-Challenge-5 (4)
ฟิล์มกันรอยด้านหน้าที่แถมมาครับ ดูหน้าตาแปลก ๆ พอสมควรแต่ดูจากลายแล้วเนื้อดีพิมพ์นิยมมากครับ น่าจะเหนียวพอตัวแต่เนื่องจากเครื่องผมก็ติดฟิล์มกระจกอยู่แล้ว ดังนั้นการทดสอบนี้จะขอข้ามไปนะครับ
Esoterism-Challenge-5 (5)
บรรจุภัณฑ์ภายในทำจากกระดาษรีไซเคิลครับ น่าสนับสนุนเหมือนกันนะผมว่า
Esoterism-Challenge-5 (6)
ด้านในจะเป็นเคฟล่าแผ่นเล็ก ๆ รองด้านหลังอยู่หนึ่งแผ่นครับ ซึ่งแน่นอนว่ามันแกะไม่ได้หากจะให้พรอกเธอออกมานั้นคงจะยาก
Esoterism-Challenge-5 (7)
ฝาด้านล่างสามารถแกะออกมาได้ครับ หลักการคือดัน iPhone 5 เข้าไปเป็นอันจบครับ แต่เคสทหารนี้มีคดีกับผมอยู่ซึ่งต้องติดตามครับ เดี๋ยวผมจะบอกท้าย ๆ บอกได้คำเดียวว่าแสบมาก!
Esoterism-Challenge-5 (8)
เคส iPhone 5 “Esoterism Challenge-5″ งานพลาสติกเนื้อในค่อนข้างที่จะแน่นและแข็งดีครับ แต่ก็ยังพอมีแรงยืดหยุ่นได้บ้าง
Esoterism-Challenge-5 (9)
หลังจากได้ดัน iPhone 5 ไปพอสมควร “เฮ้ย! ทำไมมันแน่นจังฟะ แถมกินฟิล์มด้วย” พอดันลึก ๆ เข้าก็ยิ่งรู้สึกว่ามันแน่น
ซักพักดัง
.
เปรี้ยะ!!!
สนุกเลยครับงานนี้ แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ความผิดของเคส ความผิดของแก๊สโซฮอล์หรือความผิดใครครับ เนื่องจากผมใช้ฟิล์มกระจกจาก รีวิว – USG Retina Optimized “ฟิล์มกันรอยที่ไม่ธรรมดา” โดยไม่ทันได้คำนึงว่าฟิล์มกระจกมันค่อนข้างหนากว่าฟิล์มปกติ เป็นอันว่าซวยไป … (หมดกันฟิล์มราคา 980 บาท)
ยังไงก็ขอให้เตือนเพื่อน ๆ แล้วกันครับว่าเคสตัวนี้ออกแบบมาค่อนข้างพอดี หากใครใช้ฟิล์มกระจกไม่สมควรใช้เคสนี้ครับ
Esoterism-Challenge-5 (10)
พอถอดฟิล์มออกก็สามารถใส่ iPhone 5 ลงไปได้อย่างง่ายดายครับ (ทีนี้เลยไม่รู้เลยว่ามันจะกินฟิล์มธรรมดาไหม หมดกันหมดอารมณ์เทส ;__;)
Esoterism-Challenge-5 (11)
ด้านหลังดูเรียบร้อยและแข็งแรงดีครับ ผมค่อนข้างที่จะให้คะแนนในเรื่องของการปกป้องเป็นอย่างมาก เพราะดูโครงสร้างแล้วมันเจ๋งมากครับในเรื่องของการรับแรง
Esoterism-Challenge-5 (12)
เดิมทีผมเข้าใจว่าตัวเคส iPhone 5 “Esoterism Challenge-5″ นั้นออกแบบมาคอนเซป Military Style (ทหาร) นั่นหมายถึงทนทานยกมากระทืบกันทั้งกองร้อยก็ไม่พัง – -*
..
.
แต่เปล่าเลย … ยกกันมาทั้งกองพันก็ถอดเคสไม่ออกต่างหาก!!!
ใช่ครับ มันถอดยากมาก ๆ เลย แกะยังไงก็แกะไม่ออก คือมันไม่ได้แน่นแบบรัดเครื่องนะ แต่ว่าเหมือนกับมันล็อคติดเลย มันไม่ได้มีแง่งหรือมีอะไรให้แกะ ซึ่งถอดแบบปกติยากมากครับถอดกันจนปวดมือ พอถอดเสร็จเจ็บนิ้วอีกต่างหาก – -*
Esoterism-Challenge-5 (13)
มุมจากด้านข้างครับมีที่ครอบสำหรับปุ่มปรับเสียง กดง่ายดีครับแต่สำหรับปุ่มปิดเสียงนี่กดยากพอสมควรครับ
Esoterism-Challenge-5 (14)
ด้านบนเป็นปุ่มล็อคเครื่องกดไม่ยากเช่นเดียวกัน
Esoterism-Challenge-5 (15)
พอร์ทด้านล่างเว้นไว้ค่อนข้างแคบครับ แต่ก็ยังสามารถใช้กับอุปกรณ์ของ Apple ได้อยากไม่มีปัญหา
Esoterism-Challenge-5 (17)
ช่องหูฟังเว้นไว้แคบมากครับหากใส่กับหูฟังที่แจ็คใหญ่ ๆ ผมเกรงว่าจะไม่รอด แต่สำหรับผมใช้หูฟังของ รีวิว – Moshi Dulcia “มากกว่าหูฟังแต่ยังเป็นเครื่องประดับ” ก็ปรากฎว่าพอดีเป๊ะมากจากน่าใจหายครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากท่านใช้อุปกรณ์มาตรฐานของ Apple ก็ไม่ต้องกลัวจะมีปัญหา
Esoterism-Challenge-5 (16)
ดีไซน์ตัวเคส iPhone 5 “Esoterism Challenge-5″ นี้ทำออกมาได้ดีมาก ๆ ครับ สมกับเป็นเคสแนวนี้จริง ๆ คือมันถนัดและกระชับมือเอาเสียมาก ๆ สังเกตได้ตรงนิ้วโป้งและนิ้วชี้ของผมนั้นจะลงล็อคพอดี มันช่วยให้จับได้กระชับและไม่หลุดมือขึ้นเยอะเลย
สรุป : สำหรับเคสอาจจะดูราคาสูงนิดหน่อย แต่ก็แลกมากับฟิล์มกันรอยอย่างดี (เขาว่ามางั้น) แล้วงานเคสก็ดูดีมากครับไม่ใช่ธรรมดา เส้นขอบของเคสเป็นสีรอยตัดที่สวยมากครับ ด้านหลังยิ่งอยากโชว์เลยดูดีมากจริง ๆ ส่วนที่ขอติก็ตามรีวิวครับ ถ้าในหนึ่งเดือนคุณแกะเคสมากกว่าหนึ่งครั้งก็อย่าซื้อมาให้ลำบากตัวเองเลยครับ
ขอขอบคุณ : BBiPhone.com ที่เอิ้อเฟื้อเคสคุณภาพมาให้ทีมงานได้ทดสอบ หากท่านสนใจสินค้าตัวที่ทีมงานรีวิวนี้สามารถคลิกสั่งซื้อได้ ที่นี่
ขอบคุณ http://www.iphonemod.net

สินค้าชิ้นที่ 8 (ทดสอบ)

รีวิว – Graft Concept Leverage “แข็งแกร่งอย่างมีระดับ”


สำหรับเคสจาก Graft Concept Leverage ตัวนี้ออกแบบมาสำหรับ iPhone 5 ซึ่งดีไซน์สามารถใช้เป็น Bumper หรือ Hard Case ก็ได้ สำหรับบางวันที่ต้องการความคล่องตัวและสวยงาม หรือวันไหนที่อยากปกป้องเป็นพิเศษ (แต่คนส่วนมากไม่ค่อยเปลี่ยนกันหรอก) ซึ่งดีไซน์ของมันดูเผิน ๆ จะค่อนข้างหรู แต่จริง ๆ แล้วมันมีตัวล็อคที่แข็งแรงชนิดที่ไม่ธรรมดา และเหมือนเดิมสำหรับใครที่มีคำถามสงสัยหรืออยากให้ทดสอบเพิ่มเติม สามารถทิ้งคำถามไว้ได้ใต้รีวิวนี้หรือติดต่อผู้เขียนรีวิวได้ที่ Twitter @yugioh2500
Review-Graft-Concept-Leverage  (1)
เคส iPhone 5 “Graft Concept Leverage” สามารถซื้อออนไลน์ได้ที่ BBiPhone.comโดยราคาจะอยู่ที่ 1,590 บาท
Review-Graft-Concept-Leverage  (2)
เปิดมาแค่ดีไซน์ของกล่องก็โดนใจแล้วครับ เขียว-เทา เป็นอะไรที่ดูล้ำยุคจริง ๆ
Review-Graft-Concept-Leverage  (3)
วิธีการติดตั้งโดยรวมครับ ง่ายแต่ยังคงความแข็งแรง
Review-Graft-Concept-Leverage  (4)
บรรจุภัณฑ์ของ Graft Concept Leverage ด้านในเป็นแบบเรียบง่ายครับ แต่ก็ยังมีคู่มืออยู่
Review-Graft-Concept-Leverage  (5)
วัสดุตัวนี้จะประกอบไปด้วย Graft Concept Leverage Frame แล้วก็ Graft Concept Leverage Backplate
Review-Graft-Concept-Leverage  (6)
แผ่นด้านหลัง Graft Concept Leverage Backplate ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ผู้ใช้งานว่าเราจะเลือกใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ ถ้าใครอยากจะโชว์ด้านหลัง iPhone 5 ก็สวยไปอีกแบบนะครับ
Review-Graft-Concept-Leverage  (7)
ตัวล็อคจะมีลักษณะแบบนี้ครับ คืองอเพื่อเอามาเกี่ยวแล้วก็ล็อค ผลก็คือมันจะช่วยทำให้ปกป้อง iPhone 5 ได้แข็งแรงกว่า Case iPhone 5 ทั่ว ๆ ไป ถึงแม้จะตกกระแทกแรง ๆ ก็ไม่ทำให้ iPhone 5 เสียหาย
Review-Graft-Concept-Leverage  (8)
อีกภาพหนึ่งจากด้านหลังครับ ซึ่งในที่นี้ผมจะใส่ Graft Concept Leverage Backplate เข้าไปด้วยเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ทีนี้คำถามก็คือถ้าหากไม่มี Graft Concept Leverage Backplate แล้วมันจะเป็นยังไง? ก็สวยไปอีกแบบครับ ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่ามันขาดหรือเกินอะไรเลย
Review-Graft-Concept-Leverage  (9)
ติดตั้ง Graft Concept Leverage กับ iPhone 5 เรียบร้อย
Review-Graft-Concept-Leverage  (10)
ด้านข้างตรงบริเวณขอบมุมของ iPhone 5 เก็บรายละเอียดได้ดีมาก สังเกตตรงมุมของเคสนะครับมีเหลี่ยมมุมเป็นระดับ ๆ
Review-Graft-Concept-Leverage  (11)
ตรงด้านข้างมีการครอบปุ่มปรับเสียงช่วยให้กดได้ง่ายขึ้น ด้วยความที่มันเป็นอลูมิเนียมจึงทำให้ตัดกับสีเคสดูมีระดับขึ้นมาอีกหน่อย
Review-Graft-Concept-Leverage  (12)
ด้านท้ายเคสก็ออกแบบมาได้ดีครับ ปกป้องได้สมบูรณ์ไม่มีที่ติส่วนช่องและพอร์ทต่าง ๆ ก็เว้นไว้พอดีสำหรับอุปกรณ์มาตรฐานของ Apple แต่ถ้าหากใครซื้ออุปกรณ์แบรนด์อื่นมาต่อพ่วงต้องวัดขนาดก่อนนะครับ
Review-Graft-Concept-Leverage  (13)
ด้านบนเป็นปุ่มล็อคเครื่องเป็นอลูมิเนียมครับ ดูดีมากเลยทีเดียว
Review-Graft-Concept-Leverage  (14)
หากเรามองจากมุมด้านข้างจะพบกับคำสกรีนว่า “GLAFT” เท่ห์ใช่ไหมล่ะ!!!
Review-Graft-Concept-Leverage  (15)
วัสดุที่เป็นสีดำนั้นหากได้ลองสัมผัสดูจะรู้ว่ามันค่อนข้างที่จะสาก ๆ มือครับ เนื่องจากเป็น Rubber Coating ทำให้โอกาสหลุดมือยากขึ้นไปอีก
Review-Graft-Concept-Leverage  (16)
ตรงเลนส์ก็ทำองศามาอย่างดีเพื่อไม่ให้มีแฟลชสะท้อนเข้าเลนส์ อีกทั้งยังเช็ดทำความสะอาดง่ายอีกด้วย (แต่รู้สึก iPhone 5 ของผมจะเก่าไปหน่อย)
Review-Graft-Concept-Leverage  (17)
ด้านข้างอีกมุมหนึ่งครับ จับแล้วมันเข้ากับอุ้งมือมาก ๆ อีกทั้งตัวเคสยังทนกันกระแทกได้สูงอีกด้วย
Review-Graft-Concept-Leverage  (18)
ตัวล็อคแกะไม่ยากครับ หากมีเล็บก็สามารถแกะด้วยมือเดียวได้ จากนั้นตัวเคสทั้งหมดก็จะแยกออกจากกัน ไม่ต้องรั้งหรือดึงเคสเวลาใส่กับ iPhone 5 อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยขีดข่วน
Review-Graft-Concept-Leverage  (19)
ดูการล็อคของมันชัด ๆ กันอีกภาพหนึ่งครับ
Review-Graft-Concept-Leverage  (20)
ฝาหลังเคส (Graft Concept Leverage Backplate) จะเห็นได้ว่าเป็นรอยต่อแทบจะกลืนไปเป็นเนื้อเดียวกัน ดูสะอาดตามากครับ
Review-Graft-Concept-Leverage  (21)
ในส่วนของด้านล่างครับ ปกป้องกันมิดชิดแบบนี้ยังไงก็ไม่เกิดรอยแน่นอน
จาก VDO จากผู้ผลิตจะเห็นได้ว่าฝาหลังนั้นสามารถเปลี่ยนได้ ในกรณีที่อนาคตเราซื้อรุ่นอื่น ๆ หรือทางผู้ผลิตออกสีใหม่ ๆ มาสลับสำหรับเปลี่ยน แต่ผมว่าถ้าเราเว้นไว้แบบเปลือย ๆ ก็เท่ห์ไปอีกแบบนะ
สรุป : เป็นเคสไอเดียสำหรับคนที่มีสไตล์และไม่อยากใช้เคสบ้าน ๆ เชย ๆ ที่ซ้ำกับตลาดนัดทั่ว ๆ ไปครับ (ดูจากดีไซน์แล้วไม่น่าจะมีใคร Copy ได้ง่าย ๆ) ส่วนหนึ่งที่ราคาของมันสูงไปนิดก็เพราะว่ามันมีส่วนผสมของอลูมิเนียมอยู่ในเคสด้วย แต่ถ้าคุณไม่ให้ราคาวัสดุของมันก็ใช้เคสพลาสติกที่หาซื้อได้ทั่ว ๆ ไปก็ได้ครับ
ขอขอบคุณ : BBiPhone.com ที่เอิ้อเฟื้อเคสคุณภาพมาให้ทีมงานได้ทดสอบ หากท่านสนใจสินค้าตัวที่ทีมงานรีวิวนี้สามารถคลิกสั่งซื้อได้ ที่นี่
ขอบคุณ http://www.iphonemod.net
Blogger Template by Clairvo